[sf. KHR] I want to be your bird. IV (RL)
posted on 27 Oct 2009 15:27 by inozence in YaoiTitle : Iwant to be your bird. IV
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Type : Short fiction (Yaoi)
Pairing : RL
Author : Laven~chA
Date : 01/05/2009
ผมเคยคิดว่าถ้าหากเป็นนก..ก็คงไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้ ถึงเป็นเพียงนกในกรง แม้จะไม่สามารถมีความรักได้แต่ก็ยังมีคนที่รักอยู่เคียงข้าง ..แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว
ผมเคยคิดไว้แบบนั้น
[อย่างนั้นเหรอ? จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวจากรีบอร์นสินะ]
“ครับ”
[อืม เข้าใจล่ะ] รุ่นที่สิบเองก็คงจะแปลกใจเหมือนกันที่รีบอร์นยังไม่กลับไปทั้งที่ตอนนี้ก็เลยสัญญาที่ให้ไว้มาสองวันแล้ว ไม่รู้ว่าหมอนั่นจะเป็นยังไงบ้าง ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนรีบอร์นออกไปทั้งๆที่ยังบาดเจ็บแต่ถ้าต้องรออยู่แบบนี้ก็มีแต่จะว้าวุ่นใจมากขึ้นเรื่อยๆผมจึงตัดสินใจว่าจะไปตามหารีบอร์นอีกครั้ง
เมื่อตกลงใจแล้วผมจึงตรงไปยังประตูห้องแต่ทันทีที่เปิดออกก็พบว่าตัวเองกำลังยืนเผชิญหน้ากับคนที่กำลังคิดถึง วินาทีนั้นผมรู้สึกดีใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
รีบอร์นกลับมาแล้ว!
“รีบอร์น!!” แต่หัวใจของผมก็ต้องหล่นวูบไปพร้อมๆกับร่างนั้นที่ล้มลงต่อหน้าต่อตาเลือดไหลเจิ่งนองพื้นจนน่ากลัว
“รีบอร์น! รีบอร์น!!” ผมเขย่าเรียกเบาๆหวังจะให้ได้ยิน
“อือ.. ไอ้วัวโง่เหรอ?..” หมอนั่นพยายามจะลืมตาขึ้นมาแต่ก็ทำไม่สำเร็จ
“ใช่ ฉันเอง นี่อย่าเพิ่งหลับนะ”
“..ฉัน.. กลับมา..แล้ว....” เขาพยายามเค้นออกมาเป็นคำพูดก่อนจะนิ่งไป
“เดี๋ยวสิ! นี่รีบอร์น!รีบอร์น!!” ดูเหมือนว่ารีบอร์นจะไม่สามารถรับรู้ถึงเสียงเรียกของผมอีกแล้ว
“รีบอร์น!!!!”
จากนั้นไม่นานทางวองโกเล่ก็ส่งเฮลิคอปเตอร์มารับพวกเราพร้อมกับทีมแพทย์ประจำแฟมิลี่และส่งต่อไปยังเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่เตรียมพร้อมรอพาเรากลับกรุงโรมอยู่แล้ว
“รีบอร์นเป็นยังไงบ้าง?” รุ่นที่สิบที่เสร็จจากการประชุมแวะเวียนมาดูอาการของรีบอร์นเป็นระยะ
“ก็เหมือนเดิม”
“อืม แต่น่าจะฟื้นเร็วๆนี้แหล่ะอย่างรีบอร์นคงไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก” บอกแบบนั้นแล้วก็กลับออกไปผมเองก็หวังว่าที่รุ่นที่สิบพูดจะเป็นความจริง
ผมไม่อยากทรมานใจด้วยการเฝ้ามองดูร่างแน่นิ่งของรีบอร์นอีกแล้วถึงหมอนั่นจะตื่นขึ้นมาแล้วทำเย็นชาใส่ผมเหมือนเดิมทำร้ายร่างกายผมอย่างที่เคยประจำ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก กับเรื่องพวกนั้นผมชินซะแล้วล่ะขอแค่รีบอร์นฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ต่อให้ถูกทำเลวร้ายแค่ไหนผมก็ยอม
นึกถึงวันนั้นที่รีบอร์นกลับมาคำพูดสุดท้ายที่ทิ้งไว้ก่อนจะหมดสติไป
“..ฉัน.. กลับมา..แล้ว....” ..กลับมาแล้ว ...กลับมาแล้ว.. ประโยคนั้นดังสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของผม ราวกับต้องการบอกว่า เขา.. กลับมาหาผมแล้ว ตรงมายังที่ที่ผมรออยู่ ไม่ได้เดินหลงทางไปไหน..
ผม.. อยากจะคิดแบบนั้นจริงๆ ..อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง..
“อือ.. ขอน้ำ..” เสียงแหบแห้งที่ร้องขอน้ำทำให้หัวใจของผมลิงโลดอีกครั้ง
“ฟื้นแล้วเหรอรีบอร์น?”
“หือ? แกเองเหรอไอ้วัวโง่?”
“อือ”
“แล้วทำไมคนแรกที่ฉันลืมตาขึ้นมาเห็นต้องเป็นแกด้วยวะ?”
“พูดมากน่า!จะกินใช่ไหมน้ำน่ะ?” ผมเอาแก้วน้ำมาวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงรีบอร์นมองหน้าผมอย่างไม่สบอารมณ์แล้วระเบิดเสียงออกมา
“แล้วฉันจะกินได้ยังไงเล่าไอ้โง่เอ๊ย!!?”
สาบานได้ไหมว่านี่เป็นเสียงของคนที่เพิ่งฟื้นจากอาการปางตาย?นี่ถ้ามันไม่เจ็บจริงผมคงถูกฟาดสลบด้วยปืนไปแล้วล่ะดีไม่ดีอาจถูกยิงไส้แตกไปแล้วก็ได้ เพราะงั้นผมจึงต้องเข้าไปปรับระดับเตียงให้รีบอร์นดื่มน้ำได้ถนัดแล้วก็ยกแก้วขึ้นป้อนให้ด้วย ผมรู้ว่าเขาไม่ค่อยพอใจนักที่ต้องพึ่งพาคนอย่างผมดูจากคิ้วที่ขมวดผูกแทบเป็นโบว์นั่นก็ได้ แต่ยังไงตอนนี้เขาก็จำเป็นต้องมีผมอยู่ดี
จากนั้นรีบอร์นก็หลับไปอีก ตื่นมาอีกครั้งก็เช้าวันใหม่แล้วในวันที่อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเป็นสีครามผมเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมอ่อนๆแสนสดชื่น
“นี่แกยังอยู่อีกเหรอไอ้วัวโง่?”
“ฉันควรจะถามแกมากกว่านะเสียเลือดไปตั้งขนาดนั้นไม่รู้จักตายบ้างหรือไง?”
“หึ ของพรรค์นั้นไม่ทำให้ฉันถึงตายหรอกน่า” ปากดี!แต่ก็จริงของมัน อึดขนาดนี้เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหล่ะตอนนั้นผมรู้สึกโล่งใจแค่ไหนกันนะ? ที่หมอมาบอกว่ารีบอร์นพ้นขีดอันตรายแล้ว
“แล้วคำตอบล่ะ?” เสียงทวงจากรีบอร์นเตือนสติผมให้หวนคิดถึงคำถามที่หมอนี่ทิ้งไว้ก่อนออกไปในวันนั้น
“คำตอบอะไร?” ผมแกล้งจำไม่ได้เพราะยังไม่รู้ว่าควรตอบยังไง
“นอกจากโง่แล้วแกยังสมองเสื่อมอีกหรือไง!?” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเริ่มโมโหอีกแล้ว
“แต่แกไม่ได้กลับมาอย่างปลอดภัย..” ผมเดินเข้าไปหาและนั่งลงข้างๆถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ผมก็ก้มลงจูบที่ปากของรีบอร์น
..เป็นครั้งแรกและคงจะเป็นครั้งเดียวที่ผมจะทำแบบนี้ผมเห็นเขาขมวดคิ้วอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะความไม่เข้าใจ แต่เป็นเพราะความไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ผมจึงเดินกลับไปที่หน้าต่างตามเดิมสายตาจับจ้องที่นกน้อยข้างนอก
โบยบิน.. อย่างอิสระ ..ช่างดูมีความสุข...
“ถ้าแกหายดีแล้ว อยากได้อะไรฉันก็จะยอม..” ผมพูดโดยไม่ได้หันกลับไปเลยไม่รู้ว่ารีบอร์นมีสีหน้าอย่างไรแต่ผมได้ยินเขาจิ๊ปากแบบขัดใจ
“ทำไมฉันต้องมาเจ็บแบบนี้ด้วยวะ?” เขาสบถพึมพำก่อนจะด่าผมอีก
“แกนี่มันโง่จริงๆใครใช้ให้พูดแบบนั้นห๊ะ!?” ผมได้แต่เงียบฟังโดยไม่ได้คิดโต้ตอบอะไร
รีบอร์นพูดถูก ผมมันโง่จริงๆ โง่ยิ่งกว่าใครๆ
“นี่รีบอร์น..” ผมเรียก ทั้งที่สายตายังจับจ้องเจ้านกน้อยที่กำลังบินห่างออกไป
นก... มักจะชอบ ..อิสระ
แต่ผมเป็นเพียงแค่.. วัวโง่ๆ
ของแบบนั้น.. จึง ไม่จำเป็น!!
“..ฉันรักแก”
ในที่สุดผมก็เลือกที่จะพูดออกไป
กักขังตัวเองเอาไว้ ภายในกรงสีทอง.. ....ของรีบอร์น...
“หึ แกเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ”
“อือ”
“อย่าคิดว่าจะหนีจากฉันไปได้”
“อือ”
“แกจะต้องเป็นของของฉัน ..ไปจนวันตาย ...แรมโบ้”
“อือ”
ผมเคยคิดว่าถ้าหากเป็นนก..ก็คงไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้ ถึงเป็นเพียงนกในกรงแม้จะไม่สามารถมีความรักได้ แต่ก็ยังมีคนที่รักอยู่เคียงข้าง ..แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว
ผมเคยคิดไว้แบบนั้น ขอแค่มีคนๆนี้ ..ขอแค่มีรีบอร์นถึงจะต้องถูกกักขังไปตลอดชีวิต ผมก็ยินดี..
+++++++++++++++++++
End.
Laven's Talk ; ......เอิ่ม จบซักที ^^+